ข้อบังคับสมาคมแม่บ้านทหารบก

หมวดที่ ๑ ชื่อ เครื่องหมาย และที่ตั้งสมาคม

ข้อ ๑ สมาคมนี้มีชื่อว่า "สมาคมแม่บ้านทหารบก" ชื่อย่อ "สม.ทบ." ชื่อภาษาอังกฤษ "THAI ARMY WIVES ASSOCIATION" ชื่อย่อภาษาอังกฤษ "TAWA"

ข้อ ๒ เครื่องหมายสมาคม มีลักษณะเป็นรูปตรากงจักรสีเหลือง มีพระนามย่อ สส. สีน้ำเงินอยู่ตรงกลาง

ข้อ ๓ สำนักงานของสมาคม ตั้งอยู่ที่ เลขที่ ๑๙๗/๑ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ๑๐๔๐๐

หมวดที่ ๒ วัตถุประสงค์

ข้อ ๔ วัตถุประสงค์ของสมาคม

  • ๔.๑ ส่งเสริม แนะนำ และฝึกอาชีพให้กับครอบครัวทหารบก ให้ได้ใช้เวลาว่างในทางที่เป็นประโยชน์และช่วยเพิ่มพูนรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย
  • ๔.๒ บำรุงขวัญและช่วยเหลือครอบครัวทหารบกชั้นผู่้น้อย ที่ประสบความเดือดร้อน
  • ๔.๓ ส่งเสริมและสนับสนุนให้การรวมกลุ่มครอบครัวทหารบก ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์เพื่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
  • ๔.๔ ให้คำปรึกษาและแนะนำแก่ครอบครัวทหารบก ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือได้รับความไม่เป็นธรรม
  • ๔.๕ สนับสนุนโครงการด้านสวัสดิการของแต่ละหน่วย เพื่อช่วยให้ครอบครัวทหารบกได้มีการครองชีพที่ดีขึ้น
  • ๔.๖ ช่วยเหลือ และบำรุงขวัญกำลังใจแก่กำลังพลของกองทัพบก ผู้ทำหน้าที่ปกป้องแผ่นดินไทย
  • ๔.๗ จำหน่วยผลิตภัณฑ์ของสมาชิก และของครอบครัวทหารบก ตลอดจนผลิตภัณฑ์ของโครงการพระราชดำริต่างๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร
  • ๔.๘ สนับสนุนกิจกรรมด้านสาธารณสุขอื่นๆ ตามความเหมาะสม
  • ๔.๙ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

เพื่อประโยชน์แห่งข้อบังคับนี้
"ภริยาทหารบก" หมายความถึง ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของข้าราชการทหารบกประจำการ และนอกประจำการ ที่สังกัดกองทัพบก
"ครอบครัวทหารบก" หมายความถึง คู่สมรส บุตร และบิดามารดาของข้าราชการทหารบก ประจำการ และนอกประจำการที่สังกัดกองทัพบก

หมวดที่ ๓ สมาชิก

ข้อ ๕ สมาชิกของสมาคม ได้แก่ บุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๖ ซึ่งได้ยื่นความจำนง และคณะกรรมการมีมติรับเข้าเป็นสมาชิก หรือเป็นไปตามเงื่อนไขในข้อ ๗

ข้อ ๖ สมาชิกของสมาคมต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • ๖.๑ เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
  • ๖.๒ เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
  • ๖.๓ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
  • ๖.๔ เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของข้าราชการทหารบกประจำการ หรือนอกประจำการที่สังกัดกองทัพบก
  • ๖.๕ ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่กระทำผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ

ข้อ ๗ ให้ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขานุการโดยมีสมาชิกรับรองอย่างน้อย ๑ คน และให้เลขานุการปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน เพื่อให้สมาชิกคนอื่นๆ ของสมาคม จะได้คัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้ว ให้เลขานุการนำใบสมัครและหนังสือคัดค้านของสมาชิก(ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร เพื่อพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการบริหารพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการใดให้เลขานุการแจ้งให้ผู้สม้ครทาบโดยเร็ว ทั้งนี้ สมาชิกภาพของผู้สมัคร ให้เริ่มตั้งแต่วันที่คณะกรรมการบริหารมีมติรับเข้าเป็นสมาชิก เพื่อประโยชน์แห่งข้อบังคับนี้ ให้ถือว่าสมาชิกภาพของภริยาของผู้ดำรงตำแหน่งตามข้อ ๑๒ เริ่มนับตั้งแต่ว่านที่สามีได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว เว้นแต่ภริยาของผู้ดำรงตำแหน่งนั้น จะได้เป็นสมาชิกของสมาคมอยู่ก่อนแล้ว หรือภริยาของผู่้ดรงตำแหน่งนี้น แสดงเจตนาโดยชัดแจ้งว่าไม่ประสงค์จะเป็นสมาชิกของสมาคม

ข้อ ๘ สมาชิกภาพสิ้นสุดลงเมื่อ

  • ๘.๑ ตาย
  • ๘.๒ ลาออกโดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการบริหาร
  • ๘.๓ คณะกรรมการบริหารลงมติให้ออก ด้วยคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการที่มาประชุมเพราะเหตุ ก) ประพฤติผิดศีลธรรมอันดีของประชาชน ข) ประพฤติตนเป็นปฏิปักษ์ หรือนำมาซึ่งความเสื่อมเสียให้แก่สมาคม ค) ฝ่าฝืนข้อบังคับของสมาคมอย่างร้ายแรง
  • ๘.๔ เมื่อสิ้นสุดการสมรสโดยการหย๋า หรือมีการกล่าวอ้างว่าการสมรสเป็นโมฆะ หรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้การสมรสเป็นโมฆะ
  • ๘.๕ ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๖

ข้อ ๙ สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

  • ๙.๑ มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน
  • ๙.๒ มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการบริหาร
  • ๙.๓ มีสิทธิไ้ด้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
  • ๙.๔ มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนได้ คนละหนึ่งคะแนนเสียง
  • ๙.๕ มีสิทธิรับเลือกตั้งหรือแต่งตั้งหรือดำรงตำแหน่งกรรมการของสมาคมตามข้อบังคับนี้
  • ๙.๖ มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันร้องขอให้คณะกรรมการบริหารจัดประชุมใหญ่วิสามัญได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับนี้
  • ๙.๗ มีหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
  • ๙.๘ มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
  • ๙.๙ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคม
  • ๙.๑๐ มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
  • ๙.๑๑ มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

หมวดที่ ๔ การดำเนินกิจการของสมาคม

ข้อ ๑๐ ให้มีคณะกรรมการบริหารขึ้นคณะหนึ่ง จำนวนไม่เกินห้าสิบคน ประกอบด้วย

  • ๑๐.๑ กรรมการตามตำแหน่งของสามี จำนวนไม่เกิน ๓๙ คน
  • ๑๐.๒ กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามข้อ ๑๒ จำนวนอย่างน้อย ๗ คน แต่ไม่เกิน ๒๐ คน

ข้อ ๑๑ กรรมการตามตำแหน่งของสามี ประกอบด้วย ภริยาผู้บัญชาการกองทัพบก เป็นนายกสมาคมโดยตำแหน่ง , ภริยารองผู้บัญชาการทหารบก , ภริยาประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก , ภริยาผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก(๑) และ (๒) และภริยาเสนาธิการทหารบก เป็นอุปนายกคนที่ ๑,๒,๓,๔ และ ๕ โดยตำแหน่ง ตามลำดับ ภริยาที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ๒ ท่าน, ภริยาหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา , ภริยารองเสนาธิการทหารบก (๑),(๒),(๓),(๔) และ (๕) , ภริยาเจ้ากรมกำลังพลทหารบก ,ภริยาเจ้ากรมข่าวทหารบก ,ภริยาเจ้ากรมยุทธการทหารบก,ภริยาเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบก,ภริยาเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก,ภริยาปลัดบัญชีทหารบก ,ภริยาแม่ทัพภาคที่ ๑ ,๒ ,๓ และ ๔ ภริยาผู้บัญชาหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ , ภริยาผู้บัญชาการหน่วยป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก ,ภริยาแม่ทัพน้อยที่ ๑, ๒, ๓ และ ๔ , ภริยาเจ้ากรมการทหารช่าง , ภริยาเจ้ากรมพลาธิการทหารบก ,ภริยาเจ้ากรมแพทย์ทหารบก ,ภริยาผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า ,ภริยาผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ,ภริยาผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ,ภริยาเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

ในกรณีที่ผู้บัญชาการทหารบกไม่มีภริยา หรือมีแต่ไม่สามารถรับหน้าที่ได้ ให้อุปนายกสมาคม ตามลำดับเป็นนายกสมาคม จนกว่าจะมีภริยาของผู้บัญชาการทหารบก เป็นนายกสมาคม ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นๆ ไม่มีภริยา หรือมีแต่ไม่สามารถรับหน้าที่ได้ ให้กรรมการตำแหน่งนั้นว่างลง จนกว่าผู้ดำรงตำแหน่งนั้นจะมีภริยา หรือสามารถรับหน้าที่ได้

ข้อ ๑๒ ให้นายกสมาคมแต่งตั้งสมาชิกของสมาคมเป็นกรรมการในตำแหน่ง เลขานุการ เหรัญญิก ปฏิคม ประชาสัมพันธ์ นายทะเบียน สวัสดิการสังคมและกิจการพิเศษ ผู้จัดการร้านค้า และตำแหน่งอื่นๆ จำนวนไม่เกิน ๒๐ คน ถ้ากรรมการตำแหน่งใดว่างลงก่อนครบวาระ ให้นายกสมาคมแต่งตั้งสมาชิกของสมาคมเป็นกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างนั้น กรรมการที่แต่งตั้งขึ้นใหม่นี้ ให้ดำรงตำแหน่งได้เท่าวาระของผู้ซึ่งตนแทนเท่านั้น

ข้อ ๑๓ คณะกรรมการบริหารของสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังนี้

หมวดที่ ๕ การประชุมใหญ่

ข้อ ๒๑ การประชุมใหญ่ของสมาคม มี ๒ ชนิด คือ

  • ๒๑.๑ การประชุมใหญ๋สามัญ
  • ๒๑.๒ การประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ ๒๒ คณะกรรมการบริหารต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ ๑ ครั้ง

ข้อ ๒๓ เมื่อมีเหตุอันสมควร คณะกรรมการบริหารจะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้

ข้อ ๒๔ สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าหนี่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคน อาจทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการบริหาร ให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ โดยในหนังสือร้องขอนั้น ต้องระบุว่าประสงค์จะให้เรียกประชุมเพื่อการใด

ข้อ ๒๕ ให้เลขานุการแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกทราบล่วงหน้า เป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน โดยให้ระบุวัน เวลา และสถานที่ ให้ชัดเจน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคม เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนถึงกำหนดวันประชุมใหญ่

ข้อ ๒๖ การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

  • ๒๖.๑ แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
  • ๒๖.๒ แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมา ให้สมาชิกรับทราบ
  • ๒๖.๓ เลือกตั้งผู้สอบบัญชี สำหรับปีต่อไป
  • ๒๖.๔ เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

ข้อ ๒๗ ในการประชุมใหญ่ จะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุม ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิก ทั้งหมด หรือจำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐ คน จึงจะุถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงเวลาประชุม ยังมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้เลื่อนประชุมคราวนั้นไป และให้จัดประชุมอีกครั้งภายในสิบสี่่วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก การประชุมครั้งหลังนี้ ไม่บังคับว่าจะต้องครบองค๋ประชุม

ข้อ ๒๘ การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับนี้มิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถึอคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานการประชุมออกเสียงชี้ขาดอีกเสียงหนึ่ง

ข้อ ๒๙ ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการคนใดคนหนึ่งที่ได้รับมอบหมาย ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

หมวดที่ ๖ การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ ๓๐ การเงินและทรัพย์สินทั้งหมด ให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร เงินสดของสมาคม ถ้ามี ให้นำฝากธนาคารที่จัดตั้งขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายแห่งใดแห่งหนึ่ง

ข้อ ๓๑ การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือเหรัญญิกหรือผู้ช่วยเหรัญญิก ลงนามร่วมกันสองในสามคน จึงจะถือว่าใช้ได้

ข้อ ๓๒ ให้นายกสมาคมหรืออุปนายกที่ได้รับมอบหมาย มีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคม ได้ครั้งละไม่เกินสองแสนบาท และจะต้องแจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารในการประชุมครั้งต่อไป ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารก่อน

ข้อ ๓๓ ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคม ได้ไม่เกินหนึ่งแสนบาท ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ให้ฝากไว้กับธนาคารซึ่งคณะกรรมการบริหารกำหนด ในนามของสมาคม ในโอกาสแรกที่อำนวยให้ การเบิกจ่ายเงินจากธนาคารต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือเหรัญญิก หรือผู้ช่วยเหรัญญิก ลงนามร่วมกันสองในสามคนในการเบิกจ่ายทุกครั้ง

ข้อ ๓๔ เหรัญญิกจะต้องจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกคร้ังจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ

ข้อ ๓๕ ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

หมวดที่ ๗ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ ๓๖ ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยมติที่ประชุมใหญ่ โดยมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกที่เข้าประชุมใหญ่

ข้อ ๓๗ สมาคมย่อมเลิกได้โดยมติที่ประชุมใหญ๋ โดยมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสมาในสี่ของจำนวนสมาชิกที่เข้าประชุมใหญ่ เว้นแต่มีเหตุต้องเลิกตามกฎหมาย

ข้อ ๓๘ เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใดๆก็ตาม ต้องจัดให้มีการชำระบัญชี เมื่อทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใด ให้โอนให้กับกองทัพบก เพื่อเป็นสวัสดิการของข้าราชการและลูกจ้างสังกัดกองทัพบก

หมวดที่ ๘ เบ็ดเตล็ด

ข้อ ๓๙ การตีความข้อบังคับของสมาคม หากเป็นที่สงสัย ให้ที่ประชุมใหญ่โดยเสียงข้างมากของที่ประชุมชี้ขาด

ข้อ ๔๐ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยสมาคมมาใช้บังคับ ในเมื่อข้อบังคับสมาคมมิได้กำหนดไว้ และหากมีข้อบังคับใดขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ให้ถือปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อ ๔๑ สมาคมต้องไม่ดำเนินการหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน หรือเพื่อบุคคลใด นอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคมเอง